2011/Nov/02

TWO DAYS

 

“สงสัยอะไร?”

 

“สงสัยว่าพี่กำลังหลงรักเพื่อนตัวเองอยู่หรือเปล่า?”

 

หลงรักเพื่อนตัวเองเหรอ? ไม่ใช่หรอก มันเป็นแค่ความเคยชินเท่านั้น ความสนิทและมิตรภาพของพวกเราต่างหากละ ที่ทำให้เป็นแบบนี้

 

“แกคิดบ้าอะไรอยู่ว่ะไอ้เฟรม”น้ำเสียงเข้มตะคอกใส่อย่างไม่พอใจ นี้เป็นครั้งแรกที่คนตัวโตตะคอกใส่น้องเล็กแต่นั้นก็ทำให้คนที่เด็กกว่ามั่นใจอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกครั้งทั้งที่เป็นคำถามที่ไม่น่าจะโกธรมากขนาดนี้แต่เพราะคำถามจี้ใจดำหรือเปล่าคนตัวโตถึงยิ่งอารมณ์เสีย

 

“ผมไม่รู้หรอกนะพี่คชากับพี่งอนอะไรกันอยู่ แต่ผมช่วยพี่ได้นะ”เฟรมยื่นข้อเสนอให้กับคนที่ยืนหัวเสียแทนรอยยิ้มที่มุมปากของหนุ่มน้อยทำให้รู้ถึงแผนการบางอย่างที่กำลังคิดอยู่ นั้นสิโกธรเรื่องอะไรกัน???

 

“จะช่วยอย่างไง”คนตัวโตหันมามองเฟรมที่ยืนยิ้มน้อยๆอยู่ ก่อนที่จะละสายหันไปมองคนตัวเล็กผ่านกระจกที่ตอนนี้กำลังนอนเกยคางอยู่กับแขนตัวเอง สีหน้าที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่นั้นทำให้คนตัวเล็กไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครแอบมองอยู่

 

“ผมช่วยพี่ได้แล้วกัน แต่ผมขอถามอะไรสักอย่าง”สายตาคมของคนตัวโตหันไปมองน้องชายอีกครั้งความกระวนกระวายใจของคนตัวโตที่ส่งผ่านมาทางสายตายิ่งทำให้เด็กหนุ่มนึกสนุกกับทำถามที่กำลังจะเอ๋ยออกไป

 

“จะถามอะไรอีก”คนตัวโตเสียงเข้มใส่เด็กหนุ่มอีกครั้ง

 

“ถ้าพี่คชาทิ้งพี่จะทำไง”น้ำเสียงของเด็กหนุ่มพูดอย่างมีความนัย คำถามที่ต้องการต้อนให้คนปากแข็งบานจนมุมกำลังเริ่มขึ้นโดยที่คนตัวโตไม่ทันรู้ตัว

 

“ไม่ยอมโว้ย ได้ยินไหมว่าไม่ยอม”แทบจะทันทีที่คำตอบนี้หลุดออกมาจากปากของคนตัวโตยิ่งเห็นภาพคนตัวเล็กสนิทกับคุณนายมือชงสีหน้าของคนตัวโตยิ่งดูเป็นกังวล มือหนากำแน่นจนคนถามถึงกับยิ้มออกมา

 

“ฮึ..เพื่อนกัน..เอาละตอนสิบเอ็ดโมงผมกับเจมส์มีซ้อมเพลงบ้านครูเต๋า เดียวผมจะลากพี่ต้นไปด้วย พี่เต๋าก็ตกลงกันเองแล้วกัน”เด็กหนุ่มพูดน้ำเสียงเสียดสีนิดๆ ไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้วคำตอบมันก็ชัดเจนหมดทุกอย่างแล้วเพียงแต่ไอ้คนบางคนมันปากแข็งก็เท่านั้นเอง เด็กหนุ่มตบบ่าเบาๆของคนตัวโตก่อนจะยักคิ้วให้อย่างเป็นต่อแล้วเดินจากไปปล่อยให้คนตัวโตยืนมองอย่างนั้น

 

อะไรทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ อะไรทำให้เราเย็นชา  ทำให้ห่างเหินกันอยู่แบบนี้ เพราะอะไรเหรอตัวเล็ก? อะไรที่ทำให้ตัวเล็กโกธร?

 

เวลาล่วงเลยเป็นเวลานานแต่ตัวเล็กก็ยังคงตัวติดกับคุณนายมือชง จนคนที่ได้แต่แอบมองดูเหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะขัดใจไปหมด

 

“พี่ต้น เดียวไปเอาเนื้อเพลงก่อนนะ”จนมาถึงตอนนี้คงเป็นครั้งแรกของวันที่ตัวเล็กยอมออกห่างจากคุณนายมือชง นั้นก็ทำให้เฟรมที่รอโอกาสอยู่นานได้ทีลากคุณนายมือชงกับลูกหมีออกจากบ้านทันที เล่นเอาคุณนายแทบจะเหวี่ยงใส่แต่เพราะมีลูกหมีตัวโตที่ค่อยโอบซ้ายโอบขวาไว้จากอาการโมโหกลับกลายมาเป็นเขินแทน

 

ตัวเล็กที่เดินออกมาไม่เจอใครก็มองหาไปทั่วแต่ดูเหมือนสายตาที่มองอยู่นั้นจงใจมองไปยังที่ๆคนตัวโตเคยนั่งอยู่ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อมองไปไม่เห็นแม้แต่เงา สุดท้ายคนตัวเล็กก็เปลี่ยนเป็นนั่งบ่นกับตัวเองพึมพำแทน

 

 “เต๋าเอ๋อ...จะทิ้งกันจริงๆเหรอ” คนตัวเล็กตัดเพ้อเบาๆก่อนที่ตาเล็กจะค่อยๆหลับลงเพราะความน้อยใจในวันที่บ้านเงียบขนาดนี้เขาคนนั้นที่บอกเสมอว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนนี้เค้าอยู่ไหน? แม้ทั้งวันที่ผ่านมาจะพยายามตัวติดกับต้นมากแค่ไหน  แต่เคยรู้บ้างไหมว่าสายตาคู่นี้เอาแต่แอบมองอยู่ตลอดเวลา

 

“ใครจะทิ้งลง”เสียงคุ้นเคยจากใครบางคนที่กระซิบอยู่ข้างหูช่วยเรียกให้สติของคนตัวเล็กกลับมาอีกครั้ง ตาเล็กหันไปมองคนตัวโตที่เกยคางอยู่ตรงบ่าของเขาพร้อมกับอ้อมกอดจากด้านหลังที่คุ้นเคย อ้อมกอดที่เค้าเองก็ต้องการมันมาตลอด

 

“เต๋า อึก ฮือ”ตัวเล็กเอ๋ยชื่อคนอ้อนเบาๆ หยดน้ำตาใสค่อยๆเอ่อขึ้นขอบตาเล็กก่อนจะสะอื้นออกมาเบาๆ ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่กลัวเพราะโดนทิ้งแต่กลัวเพราะคนที่ทิ้งคือคนตัวโตมากกว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่พวกเราได้รู้จักกันได้ใช้ช่วงชีวิตหนึ่งด้วยกันจนมาถึงวันนี้วันที่พวกเราต้องมาอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน คนตัวโตจะเคยรู้ไหมว่าความรู้สึกของคนๆนี้เปลี่ยนไปแล้ว จะเข้าใจไหม?

 

“ไม่มีใครทิ้งลงหรอก”คนตัวโตกระชับอ้อมกอดอีกครั้งมือหนาลูบเบาที่หัวเล็ก คนตัวโตยิ้มออกมาน้อยๆที่เห็นคนตัวเล็กกว่ากอดแขนของตัวเองแน่น หัวเล็กเอียงซบคอของคนตัวโตกว่าเพื่อต้องการหาที่พัก

 

“..อึก..ฮืฮ”ในที่สุดน้ำตาที่กลั้นไว้ของคนตัวเล็กก็ถูกระบายออกมาจนหมด คนที่แสดงอารมณ์และสีหน้าไม่เก่งอย่างเค้ากลายเป็นเด็กขี้แงเสมอกับคนๆนี้

 

“คชา...อย่าทำแบบนี้อีกนะ อย่าทำเหมือนไม่รู้จักกัน อย่าทำเหมือนเต๋าเป็นอื่น”คนตัวโตพูดกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กพร้อมกระชับอ้อมกอด ตัวของเค้าเองก็อึดอัดเหลือเกิน ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคนแต่สิ่งหนึ่งที่กำลังบอกเค้าอยู่ตลอดเวลาถ้าถูกคนตัวเล็กทิ้งเค้าไม่ยอมแน่ๆ

 

“..อึก..ไม่ใช่..คนอื่น ฮืฮๆ ขอโทษ”ยอมแล้ว ไม่ให้เป็นแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนยอมหมดแล้ว แต่ขออย่างเดียวอย่าทิ้งเค้าไว้ อย่าทิ้งเค้า

 

“ไม่เอาน่า ขี้แงจริงๆเลย”นิ้วเรียวปาดน้ำตาเบาๆรอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้เหมือนเดิมอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่คนตัวเล็กอ่อนไหว  มันก็จริงอยู่ที่คชาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากจากที่เคยเป็นคนเก็บความรู้สึก เก็บตัว เย็นชา และไม่สนิทกับใครง่ายๆ แม้ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปจากเก่า แต่สิ่งหนึ่งที่คชาไม่เคยเปลี่ยนไปจากสายตาของผมคือจิตใจที่บริสุทธ์ คนตัวเล็กร้องไห้บ่อยๆเมื่อเพื่อนแต่ละคนต้องเดินออกจากบ้าน แม้ทุกคนจะมองว่าคชาเป็นคนหน้าเดียวแต่ผมรู้ ภายใต้ความหน้าเดียวของเค้า กับซ้อนความรู้สึกอ่อนโยนและอ่อนแอไว้ เค้าพร้อมที่จะระเบิดมันออกมาเสมอเพียงแค่ผมกอดเค้า

 

“อย่าทิ้ง อึก.. อย่าทิ้ง..เพื่อนคนนี้นะ ฮืฮๆ”คนตัวเล็กหันหน้ามากอดคนตัวโตแน่น มือหนาของคนตัวโตลูบหัวเล็กเบาๆ ความรู้สึกแปลกๆเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเพราะคำพูดของคนตัวเล็ก

 

“ไม่ทิ้งหรอก สัญญา โอเคไหม เด็กขี้แง”คนตัวโตหอมเบาๆที่หัวเล็กเพื่อเป็นการปลอบและแทนคำยืนยันคำสัญญาที่ให้ไว้ สำหรับเพื่อนรักต่อให้มากกว่านี้ก็ทำได้เพราะเราคือเพื่อนกัน เพื่อนที่ไม่คิดว่าจะหาแบบนี้ได้ที่ไหนอีก คนตัวโตกระชับอ้อมกอดอีกครั้งก่อนจะส่ายไปส่ายมาเล็กน้อย.

 

‘สัญญาแล้วนะเต๋าเอ๋อออ สัญญาแล้วนะ ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทิ้ง......เพื่อนคนนี้นะ ’

 

“อื้มม”เสียงใครบางคนที่ดังขึ้นขัดจังหวะช่วยเรียกให้คนสองคนที่กำลังกอดกันแน่นหันสายตามาสนใจ

 

“ครูใหญ่”แทบจะทันทีที่ทั้งสองคนเรียกชื่อพร้อมกันเพราะผู้หญิงร่างท้วมที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเค้า ผู้หญิงที่มาพร้อมกับความมั่นใจเสมอ

 

“ทั้งสองคนมาคุยกันหน่อยซิ” เสียงคุ้ยเคยที่เคยสอนและให้ความรู้มาโดยตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านแห่งการเรียนรู้หลังนี้

 

“รู้ใช่ไหมว่าทั้งสองคนแฟนคลับจับคู่ให้กันอยู่”ครูใหญ่ถามขึ้น จริงอยู่ที่เด็กหนุ่มทั้งสองสนิทกันมากจนเรียกได้ว่าตัวแทบจะติดกันมันจึงไม่แปลกที่ทั้งสองคนจะโดนจับคู่กัน แต่ความสัมพันธ์แบบนี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้นานโดยที่ไม่ทำอะไรเลยสุดท้ายคนที่จะเสียก็คงมีแต่เด็กสองคนนี้    

 

“ครับ ผมทราบ”คนตัวโตหันไปสบตากับคนตัวเล็กก่อนที่ทั้งสองจะหันไปตอบคำถามของครูใหญ่ด้วยความสงสัย ในคำถามที่ครูใหญ่ต้องการจะถาม

 

“แม่ไม่อ้อมค้อมนะ พวกเธอชอบกันหรือเปล่า?”คำถามที่มีความนัยจากครูใหญ่ถูกถามขึ้น คำถามที่คนถามเองก็ไม่มั่นใจในคำตอบเหมือนกัน ‘ใช่ พวกเธอทั้งสองคนรักกันหรือเปล่า’ ท่าทีที่แสดงออกมาที่ครูเห็นและอีกหลายๆครั้งที่เห็นผ่านกล้อง ท่าทีแบบนี้ จะมีอะไรมากกว่าคำว่า เพื่อนสนิทหรือเปล่า? ก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้ ครูเองต้องทำอะไรสักอย่าง

 

“เออ..”คนตัวโตเองก็อึ้งกับคำถามเหมือนกัน มันก็จริงอยู่ที่คำถามนี้โดนถามอยู่บ่อยครั้งแต่กับครั้งนี้คนตัวโตเองกลัวที่จะตอบออกไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เค้าเองกลับรู้สึก.....กลัว กลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเพราะคำตอบ

 

“ไม่ครับ..เราเป็นเพื่อนกัน แค่เพื่อนกัน”เสียงคนตัวเล็กดังขึ้นแทนจนคนตัวโตหันกลับไปมอง คนตัวเล็กยิ้มให้น้อยๆแต่กับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด รอยยิ้มเศร้าถูกส่งมาให้แทน  ถ้าไม่สังเกตคนตัวโตเองก็แทบจะไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พูดออกมา มันกำลังทำให้คนคนพูดเหมือนกำลังจะหยุดหายใจเหมือนกัน

 

 “อย่างนั้นก็ดี ข่าวจับคู่ของเธอสองคนสื่อมวลชลสนใจมาก เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของพวกเธอ แม่จะแยกงานของพวกเธอออกจากกัน ส่วนรายการที่ต้องถ่ายด้วยกันพวกเธอสองคนต้องอยู่ห่างๆกัน”

“อะไรนะครับ...แต่พวกผมไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเค้าเข้าใจ”แทบจะทันทีที่คนตัวโตพูดขึ้นเพราะคำสั่งของครูใหญ่ ‘ผมเข้าใจดีการทำแบบนี้จะเป็นผลดีต่อตัวผมและคนตัวเล็ก แต่มันก็ยังมีอีกหลายวิธีไม่ใช่หรือไง ผมไม่เอาวิธีนี้ ผมกับตัวเล็กไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้เป็นอย่างใครว่า แล้วทำไมผมต้องยอมด้วยละ’

 

“อันนั้นแม่รู้ แต่คนอื่นเค้าไม่รู้”ครูใหญ่พูดให้สติกับคนตัวโตอีกครั้ง เพราะเด็กทั้งสองกำลังจะก้าวไปเป็นศิลปินในอนาคต เค้าทั้งสองกำลังจะเป็นคนของประชาชนจากสิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็

จะกลายเป็นเรื่องส่วนรวมแทน ข่าวไหนที่ทำให้มีผลกระทบต่อเด็กทั้งสองในอนาคตในฐานะครูใหญ่ก็ต้องจัดการ

 

“ครับ ผมจะทำตาม”คนตัวเล็กพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงที่นิ่งเฉยและแววตาที่เศร้าลงยิ่งทำให้คนตัวโตกระวนกระวาย

 

“คชา!!!”เสียงเข้มตะโกนใส่คนตัวเล็ก คิดอะไรอยู่ตัวเล็ก ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงยอมปล่อยมือจากเพื่อนคนนี้...ทำไมละ

 

“...”มือเล็กเอือมไปจับมือหนาก่อนจะออกแรงบีบจนคนตัวโตต้องหันมามอง หัวเล็กสายเบาๆเป็นเชิงห้ามไม่ให้คนตัวโตเถียงต่อ

 

“ดีแล้ว...ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพื่อลบข่าวแบบนี้ แม่จะให้เต๋าออกงานคู่กับจอยแทน”

 

“ทำไมละครับ”ทำไมต้องจอย คนตัวโตก็ต้องการคำตอบเหมือนกันเพื่อนมีตั้งเยอะทำไมถึงต้องเป็นจอย

 

 “นอกจากเต๋าคชาแล้ว ยังมีอีกคู่ที่แฟนคลับจับให้คือ เต๋าจอย”

 

“หมายความว่าไงครับ”ถามไปทั้งๆที่ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว มือเล็กที่กำลังจะคายออกจากมือหนากำลังจะดึงมือกลับแต่ยังไม่ทันที่จะดึงมือออกห่าง มือใหญ่ของคนตัวโตกับคว้ามือเล็กไว้ก่อนจะกระชับมือจนแน่น

 

“เต๋าน่าจะรู้นะว่าแม่หมายความว่าอย่างไง”คนตัวเล็กรู้ความหมายที่ครูใหญ่ต้องการจะพูดดี และเค้าก็เชื่อว่าคนตัวโตเองก็รู้ว่าความหมายของครูใหญ่‘ต้าเปา กำลังจะจับคู่เต๋าจอย แม่ทำถูกแล้วละครับ เต๋าคชานะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แค่คำว่าเพื่อนสนิท ก็อาจจะมากเกินไปแล้ว’

 

*********

 

 

ตั้งแต่ครูใหญ่ออกจากบ้านจนมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลานานแล้วแต่ก็ไม่ทำให้คนทั้งสองคนหยุดคิดเรื่องที่ครูใหญ่พูดได้ หัวเล็กที่ตอนนี้อิงอยู่บนอกใหญ่ทำให้รับรู้ได้ถึงลมหายใจเข้าออกของคนตัวโต

 

“คิดอะไรอยู่..เอ๋อ”เพราะคนตัวโตถอนหายใจแรงจนคนตัวเล็กรู้สึกเป็นห่วง เสียงเล็กจึงถามขึ้นทั้งๆที่ก็รู้ว่าคงกำลังคิดเรื่องที่ครูใหญ่พูดอยู่แน่ๆ

 

“ตัดสินใจแล้ว”คนตัวโตมองหน้าคนตัวเล็กก่อนจะยิ้มให้ด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มแบบนี้เห็นไม่บ่อยนักแต่คนตัวเล็กเองมองก็รู้ว่าต้องมีอะไรในรอยยิ้ม

 

“...?”คนตัวเล็กก็ได้แต่สงสัยว่าคนตัวโตจะทำอะไรกันแน่นถึงได้ยิ้มขนาดนี้

 

“ถ้าตอนเช้าไม่ให้อยู่ด้วย อย่างนั้นตอนกลางคืนย้ายไปอยู่ด้วยแล้วกัน”คนตัวโตยิ้มให้อีกครั้งก่อนที่ขายาวจะลุกขึ้นแล้วก้าวไปยังห้องของตนกับเฟรมโดยที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากตัวเล็ก

 

“บ้าแล้ว!!!”คนตัวเล็กถึงกับสายหัว รู้อะไรบ้างไหมที่รับปากครูใหญ่ไปทั้งหมดนะ เพื่อใคร ที่บอกว่าจะอยู่ห่าง เพราะไม่อยากให้เต๋า เสียหาย ไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจ แต่ยิ่งทำแบบนี้ถ้าสื่อมวลชลรู้เข้าต้องแย่แน่ๆ จะทำไงดีละ...คชา

 

“เยอะนะยะ ไม่อยู่แปปเดียวจะย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยเหรอ”อยู่ๆเสียงของคุณนายมือชงก็ดังขึ้นเรียกให้คนตัวเล็กหันไปสนใจ

 

“พี่ต้น เจมส์ เฟรม”ไม่รู้ว่าทั้งสามคนมานานแค่ไหนแต่กับสายตาที่จ้องกลับมานั้นมันกำลังทำให้ตัวเล็กรู้สึกเหมือนโดนจับผิด

 

“จะบอกว่าเพราะเป็นเพื่อนรักกันก็เลยจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นฉันกับ หมี และก็เฟรม ย้ายไปอยู่ด้วยได้ป่ะละ”

 

“ได้สิ...ก็พวกเราเป็นเพื่อนรักกันนิ”

 

“เพื่อนรัก...หรือรักเพื่อนกันแน่”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 2 Nov 2011 21:45:07 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ

2011/Oct/31

 

สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากๆสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่านนะค่ะ
ตอนต่อไป TWO DAYS จะมีคนรออ่านมั้ยเนี้ย แงๆๆๆ
อดใจรออีกนิดเดียวนะค่ะ ตอนต่อไปกำลังมาแล้วววววว^^
อย่างไงต้องฝากตอนต่อไปด้วยนะค่ะ จุ๊บๆๆ
 
 
 
 

2011/Oct/24

ONE DAY

 

จบสักทีกับการแข่งขันบนเส้นทางแห่งความฝันนี้ ต่อไปนี้คือการสารต่อโอกาสที่ได้จากการเดินตามฝันของตัวเอง ไม่มีกล้องยี่สิบสี่ชั่วโมงคอยติดตาม ไม่มีน้ำตาแห่งความผิดหวัง ไม่มีเสียงเพลงคอยปลุกตอนเช้า แต่จะมีมิตรภาพ ความผูกพัน และความรัก มาแทนที่

 “เต๋า เต๋า ไปนอนเถอะ เดียวตัวเล็กพี่เฝ้าให้เอง”เสียงปลุกจากใครบางคนช่วยเรียกให้ชายหนุ่มที่ฟุบหัวกลมอยู่ข้างเตียงตื่นจากภวังค์  

 “อืม ไม่เป็นไรหรอกพี่ต้นไปนอนเถอะ ผมแค่พักสายตาเฉยๆ ผมอยู่เป็นเพื่อนตัวเล็กแบบนี้ละดีแล้ว เดียวตื่นขึ้นมาปวดหัวจะได้หยิบยาให้ทัน”สายตาเป็นห่วงถูกส่งไปยังร่างเล็กที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม

 

“ไม่เป็นไรหรอกน่า รับรองว่าพี่จะดูแลคชาอย่างดี ไม่ต้องห่วงเต๋าอะไปนอนได้แล้ว ป่วยมาอีกคนจะแย่นะ”คุณนายมือชงประจำบ้านก็คงจะยืนกรานที่จะช่วยดูแลเจ้าตัวเล็กให้แต่กับท่าที่ของคนตรงหน้าไม่ว่าจะพูดอย่างไงก็ดูเหมือนจะไม่ยอมออกห่าง

 

“พี่นั้นละไปนอนเถอะ เดียวไอ้หมีมันก็งอนขึ้นมาแล้วจะหาน้ำผึ้งง้อมันไม่ได้นะ”น้ำเสียงที่ติดตลกนิดๆถูกส่งไปหาแต่กลับสายตาที่หันไปมองนั้นกับซ่อนความกังวลไว้ไม่มิด

 

“เฮ้ยยย ตามใจละกัน แต่ถ้าไม่ไหวก็ไปตามพี่ละกัน คชานะเป็นเพื่อนรักของเต๋าก็จริง แต่ก็เป็นน้องรักของพี่เหมือนกันนะ ถ้าไม่ไหวก็แบ่งให้พี่ช่วยดูแลบ้างนะ เข้าใจ??”มือเรียวตบบ่าเบาๆของชายหนุ่มก่อนจะหันหลังเดินออกไป ในเมื่อไม่ว่าจะอย่างไงคนตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีที่จะยอมออกห่างถ้ายื้อต่อไปก็คงจะไม่เห็นผล ต้องตามใจอย่างนี้ละ

 

สายตาคมยังคงจ้องมองไปที่ตัวเล็กไม่ห่าง นานเท่าไหร่แล้วที่หลับไปตั้งแต่ตอนเย็นที่บ่นปวดหัวแล้วหลับไปเพราะริทยาจนเวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีท่าที่จะตื่นขึ้นมา ทั้งเป็นห่วงทั้งกังวล “คงจะปวดมากซินะ”

 

“นอนนานแล้วนะ เมื่อไหร่จะตื่นฮะ”มือหนาลูบเบาๆที่หัวเล็ก

 

“อืม.. ต๋าววว”ร่างเล็กที่ขยับตัวน้อยๆเรียกความสนใจให้คนที่ลูบหัวอยู่นั้นหันมามอง

“เป็นอย่างไง หายปวดหัวยัง”ร่างสูงช่วยประคองให้นั่งขึ้นแต่กลับเรี่ยวแรงที่มีดูเหมือนการที่ลุกขึ้นมานั่งได้นั้นเพราะแรงอุ้มของร่างสูงมากกว่า

 

“ยังปวดนิดๆ แต่โอเคแล้ว เป็นไมเกรนก็แบบนี้ละปวดหัวจนชินละ”รอยยิ้มเล็กส่งมาให้น้อยๆทั้ง

ที่ปวดหัวอยู่แต่ไม่อยากให้คนตัวโตเป็นห่วงมากบอกแบบนี้ไปคงดีที่สุดแล้ว

 

“อย่ามาโม้เลย ยังปวดอยู่ก็บอกมาเถอะดูน้ำตายังติดอยู่เลย”มือหนาเช็ดเบาๆที่หางตาเล็กก่อนจะลูบหัวเล็กเบาๆ

 

“เต๋าเอ๋อออ รู้ทัน”รอยยิ้มบางๆส่งให้อีกครั้ง เพราะฐานนะเพื่อนสนิทจึงได้รับท่าทีที่แสนดีแบบนี้ไง

 

 “ยังอีกนะ กินอะไรไหม หรือจะนอน”น้ำเสียงความเป็นห่วงถามขึ้นก็ตั้งแต่ตอนเย็นผ่านมายังไม่มีอะไรตกถึงท้องคนตัวเล็กเลย

 

“นอนดีกว่า ยังง่วงเพราะยาอยู่เลย เมื่อไหร่จะหายซักที ปวดแบบนี้ ทรมานนะ”มือเล็กขยี้ผมตัวเองเบาๆอย่างที่เคยทำก่อนจะพองแก้มขึ้นด้วยความขัดใจ

 

“เอาผมยุ่งหมดแล้ว ถ้าไม่อยากทรมานก็นอนได้แล้ว”มือหนาดึงมือเล็กที่เอาแต่ขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงสีหน้าเป็นห่วงที่แสดงออกของคนตัวโตอย่างชัดเจนถูกส่งผ่านไปยังคนตัวเล็ก

 

“ต๋าววววเอ๋อ ไม่เป็นไรแล้ว เดียวพรุ้งนี้ตื่นมาจะวิ่งรอบบ้านให้ดู”รอยยิ้มเล็กระบายขึ้นบนใบหน้าพร้อมกับส่งให้คนที่ยื่นทำหน้ากังวลอยู่

 

“แล้วจะคอยดู”รอยยิ้มคลายกังวลของคนตัวโตส่งให้กับคนตัวเล็กเช่นกัน มือหนายกขึ้นจับหน้าผากเล็กแล้วลูบเบาๆ

 

“ไปนอนเถอะ จะนอนแล้วละ ดึกขนาดนี้เดียวเฟรมมันก็ไม่ให้เข้าห้องหรอก”ทั้งๆที่ปวดหัวอยู่อย่างนั้นแต่เจ้าตัวเล็กก็ยังจ้อไม่เลิกจนคนตัวโตถึงกับส่ายหัว คงจะอาการดีขึ้นจริงๆแล้วละถึงได้พูดเยอะขนาดนี้

 

“ตอนแรกว่าจะกลับห้อง แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว นอนที่นี้ละ”ยักคิ้วให้คนตัวเล็กเล็กน้อยก่อนจะเริ่มแทรกตัวเข้าไปยังผ้าห่มผืนหนา

“อะไร แย่งคนป่วยนอน วุ้ยย”ทั้งๆที่ปากก็บ่นอยู่แต่หัวเล็กๆกลับซุกเข้าไปในอกอุ่นอย่างเคยชิน

 

“บ่นมากจริง  นอนได้แล้ว” มือหนากดหัวเล็กเช้าไปในอกเผื่อไอ้คนที่บ่นอยู่จะได้หยุดซักที 

 

หลับฝันดีนะ เด็กชายคชา เพื่อนรักที่แสนดี อย่าเจ็บ อย่าป่วยอีกเลยนะ เพราะเพื่อนคนนี้เป็นห่วงมากเหลือเกิน

 

“โอ้ยยย ไอ้หมี อย่าเวิ่นได้ป่ะ”เสียงโหวกเหวกโว้ยวายยามเช้าดังขึ้นอย่างเป็นประจำ ระหว่างคุณนายมือชงกับลูกหมีตัวโต ซึ่งมันก็เป็นความเคยชินของบ้านนี้อยู่แล้วที่ลูกหมีต้องเดินตามคุณนายต้อยๆไม่ให้ห่าง

 

“พี่ต้นก็ตามใจผมบ้าง ผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ”คนตัวโตกว่าบ่นเป็นหมีกินผึ้งเพราะโดนขัดใจแต่ก็ยังไม่หมดความพยายามเดินตามบ่นต่อไป

 

“นี่ เจมส์เป็นอะไรแต่เช้าฮะ”คุณนายมือชงถึงกับเริ่มอาการหัวเสียเพราะความงอแงของเด็กตรงหน้า เฮ้ยคิดถูกคิดผิดเนี้ยที่กินเด็ก ก่อนที่จะหงุดหงิดไปมากกว่านี้เดินหนีไปคงเป็นทาง

ออกที่ดีกว่า

 

“ผมนะแคร์พี่คนเดียว  แต่ดูพี่ต้นทำซิ โอ้ยยย ทำไมพี่หยุดไม่บอกเล่า เป็นอะไรหรือเปล่า ดีนะผมจับทันไม่อย่างนั้นนะหน้าทิ่มแล้ว แล้วทำไมพี่ไม่เข้าไป จะหยุดทำไมละ เปิดประตูแต่ไม่เข้าไปหมายความว่าอย่างไง?”คำถามมากมายถูกถามขึ้นด้วยความสงสัยหลังจากที่คุณนายมือชงประจำบ้านเปิดประตูห้องของคชา แต่ไม่ยอมเข้าไปจนทำให้คนตัวโตที่ตามมาถึงกับเบรกไม่ทัน

 

“เลิกบ่นสักที ได้ไหม”คุณนายมือชงหันไปแควะใส่หมีอีกครั้งก่อนจะหันไปสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแทน

 

“มองอะไรของพี่ “คนตัวโตกว่าหันไปมองตามสายตาก็ถึงกับเข้าใจถึงคำตอบของคุณนายว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“เฮ้ยย สองคนจะรู้ไหมนะ ว่าท่าทีที่แสดงออกแบบนี้ เพื่อนเค้าไม่ทำกัน”ต้นสายหัวเบาๆกับภาพตรงหน้า ภาพที่คนตัวเล็กซุกอยู่กับอกอุ่นของคนตัวโต  สองคนกอดกันแน่นภายใต้ผ้าห่มผืนหนา หัวเล็กที่หนุนอยู่บนแขนของคนตัวโตขยับหัวเล็กน้อยเพื่อกระชับเข้าหาอกอุ่นอีกครั้ง

“เพื่อนสนิท กับหัวใจ สองคนนี้ไม่เคยชัดเจนเลย”ลูกหมีตัวโตพูดขึ้นอีกครั้งก่อนจะถือโอกาสเอาแขนโอบไหล่คุณนายมือชงให้เข้ามาใกล้

 

“กว่าจะชัดเจนกัน วันนั้นอาจจะต้องเสียเค้าไปแล้วก็ได้”สีหน้ากลุ่มใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนคนด้านข้างเป็นห่วง

 

“อย่าคิดมากเลย เราก็อยู่กับพวกเค้าค่อยๆทำให้เค้ารู้ตัวก็ได้นิ”รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้คนที่กำลังทำสีหน้าเป็นห่วงอีกครั้ง

 

“พูดจาดูดี กับเค้าก็เป็นหรือไง”รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของต้นก็ทำให้ลูกหมีอุ่นใจขึ้นมาบ้างแม้จะโดนแซวแต่ก็รู้สึกดี

 

“แน่นอน พี่ต้องภูมิใจรู้เปล่า แฟนดีๆอย่างผมหายากนะ”ไม่พูดเปล่าลูกหมีกลับยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนลดข้างแก้มใส

 

“ยี้ยยยยย” ทำเสียงยี้ยไปอย่างนั้นแก้เขินที่โดนแซว  แต่กลับอีกคนที่ยื่นหน้าเข้าใกล้จนคุณนายแทบจะหยุดหายใจที่โดนทำหวานใส่

 

“อื้มมม”ทุกอย่างกำลังดำเนินต่อไปด้วยความหวานถ้าหากไม่โดนขัดจากใครบางคนที่ตื่นขึ้นมาแอบมอง

 

“แหมสองคนนี้ ตลอดเลยนะ”สายตาเจ้าเล่ห์จากคนตัวโตที่นอนหัวชันแขนส่วนอีกมือหนึ่งก็กอดเจ้าตัวเล็กอยู่บนเตียงพูดทักขึ้นยิ่งทำให้คุณนายที่ยืนอยู่หน้าขึ้นสี

 

“ตลกมากป่ะ!!!”ด้วยความเขินจนทำอะไรไม่ถูกสิ่งเดียวที่คุณนายมือชงจะทำได้คือการแผดเสียงใส่ เล่นเอาคนรอบข้างถึงกับหลุดขำ

 

“เบาๆสิพี่ต้น เดียวชาตื่น”คนตัวโตส่งเสียงดุออกไป  มือหนาจากที่กอดคนตัวเล็กอยู่ลื่นขึ้นมาลูบหัวคนตัวเล็กแทน

 

“ย่ะ หวงจริงๆเลย คิดไรป่าวเนี้ย”คุณนายมือชงได้ทีเลยชงคนที่นอนอยู่บนเตียงเล่นเอาลูกหมีข้างๆแอบหลุดขำเพราะคำถามเสียดสีของคนรัก

 

“อะไร?  จะคิดอะไรได้ไง เพื่อนป่วย ใครเป็นเพื่อนของผม ผมก็ดูแลหมดแหละ  ทุกคนในบ้านป่วยผมก็ดูแล ไม่มีอะไรเป็นพิเศษให้พี่จับผิดหรอก ถ้าเพื่อนไม่ดูแลกันแล้วใครจะดูแล”ก็ยังเป็นคำตอบเดิมๆอย่างที่เคยพูดจนเหมือนเป็นความเคยชินในคำตอบไปแล้ว แต่กลับอีกคนที่นอนฟังอยู่ดูเหมือนจะไม่ชินสักที แพขนตาเล็กค่อยๆลืมตาขึ้นมามองคนตรงหน้าที่หัวเราะอยู่

 

“ใช่ เพื่อนป่วยทั้งคน “เสียงที่แทรกขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มจากคนตัวเล็กเรียกทุกสายตาให้หันไปมองรวมทั้งคนที่อยู่ข้างๆด้วย

 

“เออ... เป็นไงอาการดีขึ้นยัง”มือหนากำลังจะแตะลงที่หน้าผากของคนตัวเล็ก แต่คนตัวเล็กเบือนหน้าหนีแทน

 

“ไม่เป็นไรแล้ว พี่ต้นพาไปข้างนอกหน่อย”มือเล็กยื่นมือไปหาคุณนายมือชงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเพื่อขอความช่วยเหลือโดยที่ไม่สนใจใครบางคนที่กำลังนั่งมองอยู่

 

“จะไปไหน เดียวพาไปเอง”มือหนายื่นมาจับมือเล็กที่ยื่นออกไปเพื่อหวังจะช่วย

 

“ไม่เป็นไรหรอก ให้เพื่อนคนอื่นช่วยบ้างก็ได้”รอยยิ้มเล็กถูกส่งให้คนตัวโตพร้อมกับมือที่ค่อยๆดึงออกจากการจับกุม ซึ่งก็ทำให้คนโตตัวรู้สึกแปลกขึ้นมา

 

ตัวเล็กค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงแม้จะมึนอยู่เล็กน้อยแต่อาการก็ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก ขาเล็กเลือกที่จะเดินไปหาต้นที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่

 

“ไปกันเถอะ”มือเล็กดึงมือคุณนายมือชงให้เดินตามมาเล่นเอาหมีที่อยู่ข้างๆสายหัวเบาๆแต่กับอีกคนมองตามไม่ห่างด้วยความเป็นห่วง

 

เท้าเล็กเดินนำคุณนายมือชงออกมาจากห้องเช่นเดียวกับมือเล็กที่ออกแรงบีบให้เดินตามจนคนที่กุมมืออยู่ต้องเอ่ยถาม

 

“คชา  สายตาที่เจ็บปวดขนาดนั้น ไม่เป็นอะไรอย่างที่พูดจริงๆเหรอ?”เสียงทักของต้นทำให้คนตัวเล็กถึงกับชะงักทั้งที่ยังหันหลังให้แบบนั้น

 

“........”ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆของคนตัวเล็กมีแต่เพียงเสียงหัวของตัวเองเท่านั้นที่กำลังดังอยู่

 

“แค่พูดออกไป แค่บอกว่ารักเค้าแค่ไหน”คำพูดมากมายจากต้นที่พูดออกไปเพื่อที่จะเตือนสติให้คนตัวเล็กยอมรับในความรู้สึกของตัวเอง

 

“..........”

 

“ถ้าไม่บอกออกไป เต๋าไม่มีทางเข้าใจหรอก”มือเรียวจับเบาที่บ่าของคนตัวเล็กก่อนจะออกแรงบีบเพื่อให้คนตัวเล็กรับรู้

 

“เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพื่อนกันเท่านั้น”คนตัวเล็กหันมายิ้มให้ต้นอย่างอ่อนโยนแต่กับสายตาที่ส่งมาให้มันกับส่อนความรู้สึกเสียใจไว้ไม่มิดจนคนที่คุยด้วยรับรู้  คำพูดบางอย่างที่พูดออกไปไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจ ไม่ใช่ทุกคนที่จะรับฟัง ความจริงบางอย่างก็ไม่สามารถพูดออกไปได้

 

วันทั้งวันผ่านไปอย่างเชื่อช้า อาการของคนตัวเล็กดีขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มหายเป็นปกติ แต่ทั้งวันที่ผ่านมาคนตัวเล็กเอาแต่ติดคุณนายมือชง คนตัวโตที่พยายามเข้าหาถึงกับหงุดหงิดเพราะเหมือนทุกครั้งที่พยายามเข้าหาคนตัวเล็กกลับพยายามออกห่างจนคนตัวโตต้องออกมาระบายอารมณ์ด้านนอก

 

“เป็นอะไรพี่เต๋า กินรังแตนมาหรือไงพี่”เสียงทักขึ้นจากเฟรมทำให้คนที่หัวเสียอยู่ถึงกับมองตาขวางใส่

 

 “คงใหญ่กว่ารังแตน ว่าแต่พี่ตัวเล็กหายไปไหนละ”คำพูดติดตลกของเด็กหนุ่มไม่ได้ช่วยให้คนตัวโตหายหงุดหงิดแต่ดูเหมือนจะยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเก่าเสียอีก

 

“อย่าถามมากได้ไหม ถ้ามาก็เห็นแล้วดิ ตัวติดกันทั้งวัน เป็นอะไรมากป่ะ??? ”น้ำเสียงเสียดสีของคนตัวโตและสายตาที่มองไปทางคนตัวเล็กที่กำลังหัวเราะคิกคักกับคุณนายมือชงทำให้เฟรมที่ยืนฟังอยู่ตรงนี้ถึงกับอมยิ้มออกมา

 

“เหอะๆ จะมีสักกี่คนที่ทำให้พี่เป็นแบบนี้ได้นะ”คำถามที่มีความหมายเป็นนัยจากเด็กหนุ่มเรียกความสนใจให้คนตัวโตหันกลับมามองอีกครั้ง

 

“ต้องการจะพูดอะไร?”คนตัวโตถึงกับเสียงเข้มกับสิ่งที่เด็กหนุ่มพูด

 

“เปล่า สงสัยอะไรบางอย่างเท่านั้นเอง”ดูเหมือนเฟรมจะมั่นใจในคำถามและคำตอบของตัวเอง เด็กหนุ่มเลือกที่จะอมยิ้มก่อนจะหัวเราะนิดๆออกมา

“สงสัยอะไร?”

 

“สงสัยว่าพี่กำลังหลงรักเพื่อนตัวเองอยู่หรือเปล่า?”

 

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 24 Oct 2011 12:00:44 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ

edit @ 24 Oct 2011 13:02:29 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ

edit @ 24 Oct 2011 14:03:18 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ

edit @ 24 Oct 2011 19:26:55 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ