TWO DAYS
“สงสัยอะไร?”
“สงสัยว่าพี่กำลังหลงรักเพื่อนตัวเองอยู่หรือเปล่า?”
หลงรักเพื่อนตัวเองเหรอ? ไม่ใช่หรอก มันเป็นแค่ความเคยชินเท่านั้น ความสนิทและมิตรภาพของพวกเราต่างหากละ ที่ทำให้เป็นแบบนี้
“แกคิดบ้าอะไรอยู่ว่ะไอ้เฟรม”น้ำเสียงเข้มตะคอกใส่อย่างไม่พอใจ นี้เป็นครั้งแรกที่คนตัวโตตะคอกใส่น้องเล็กแต่นั้นก็ทำให้คนที่เด็กกว่ามั่นใจอะไรบางอย่างขึ้นมาอีกครั้งทั้งที่เป็นคำถามที่ไม่น่าจะโกธรมากขนาดนี้แต่เพราะคำถามจี้ใจดำหรือเปล่าคนตัวโตถึงยิ่งอารมณ์เสีย
“ผมไม่รู้หรอกนะพี่คชากับพี่งอนอะไรกันอยู่ แต่ผมช่วยพี่ได้นะ”เฟรมยื่นข้อเสนอให้กับคนที่ยืนหัวเสียแทนรอยยิ้มที่มุมปากของหนุ่มน้อยทำให้รู้ถึงแผนการบางอย่างที่กำลังคิดอยู่ นั้นสิโกธรเรื่องอะไรกัน???
“จะช่วยอย่างไง”คนตัวโตหันมามองเฟรมที่ยืนยิ้มน้อยๆอยู่ ก่อนที่จะละสายหันไปมองคนตัวเล็กผ่านกระจกที่ตอนนี้กำลังนอนเกยคางอยู่กับแขนตัวเอง สีหน้าที่กำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่นั้นทำให้คนตัวเล็กไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครแอบมองอยู่
“ผมช่วยพี่ได้แล้วกัน แต่ผมขอถามอะไรสักอย่าง”สายตาคมของคนตัวโตหันไปมองน้องชายอีกครั้งความกระวนกระวายใจของคนตัวโตที่ส่งผ่านมาทางสายตายิ่งทำให้เด็กหนุ่มนึกสนุกกับทำถามที่กำลังจะเอ๋ยออกไป
“จะถามอะไรอีก”คนตัวโตเสียงเข้มใส่เด็กหนุ่มอีกครั้ง
“ถ้าพี่คชาทิ้งพี่จะทำไง”น้ำเสียงของเด็กหนุ่มพูดอย่างมีความนัย คำถามที่ต้องการต้อนให้คนปากแข็งบานจนมุมกำลังเริ่มขึ้นโดยที่คนตัวโตไม่ทันรู้ตัว
“ไม่ยอมโว้ย ได้ยินไหมว่าไม่ยอม”แทบจะทันทีที่คำตอบนี้หลุดออกมาจากปากของคนตัวโตยิ่งเห็นภาพคนตัวเล็กสนิทกับคุณนายมือชงสีหน้าของคนตัวโตยิ่งดูเป็นกังวล มือหนากำแน่นจนคนถามถึงกับยิ้มออกมา
“ฮึ..เพื่อนกัน..เอาละตอนสิบเอ็ดโมงผมกับเจมส์มีซ้อมเพลงบ้านครูเต๋า เดียวผมจะลากพี่ต้นไปด้วย พี่เต๋าก็ตกลงกันเองแล้วกัน”เด็กหนุ่มพูดน้ำเสียงเสียดสีนิดๆ ไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้แล้วคำตอบมันก็ชัดเจนหมดทุกอย่างแล้วเพียงแต่ไอ้คนบางคนมันปากแข็งก็เท่านั้นเอง เด็กหนุ่มตบบ่าเบาๆของคนตัวโตก่อนจะยักคิ้วให้อย่างเป็นต่อแล้วเดินจากไปปล่อยให้คนตัวโตยืนมองอย่างนั้น
อะไรทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ อะไรทำให้เราเย็นชา ทำให้ห่างเหินกันอยู่แบบนี้ เพราะอะไรเหรอตัวเล็ก? อะไรที่ทำให้ตัวเล็กโกธร?
เวลาล่วงเลยเป็นเวลานานแต่ตัวเล็กก็ยังคงตัวติดกับคุณนายมือชง จนคนที่ได้แต่แอบมองดูเหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะขัดใจไปหมด
“พี่ต้น เดียวไปเอาเนื้อเพลงก่อนนะ”จนมาถึงตอนนี้คงเป็นครั้งแรกของวันที่ตัวเล็กยอมออกห่างจากคุณนายมือชง นั้นก็ทำให้เฟรมที่รอโอกาสอยู่นานได้ทีลากคุณนายมือชงกับลูกหมีออกจากบ้านทันที เล่นเอาคุณนายแทบจะเหวี่ยงใส่แต่เพราะมีลูกหมีตัวโตที่ค่อยโอบซ้ายโอบขวาไว้จากอาการโมโหกลับกลายมาเป็นเขินแทน
ตัวเล็กที่เดินออกมาไม่เจอใครก็มองหาไปทั่วแต่ดูเหมือนสายตาที่มองอยู่นั้นจงใจมองไปยังที่ๆคนตัวโตเคยนั่งอยู่ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังเมื่อมองไปไม่เห็นแม้แต่เงา สุดท้ายคนตัวเล็กก็เปลี่ยนเป็นนั่งบ่นกับตัวเองพึมพำแทน
“เต๋าเอ๋อ...จะทิ้งกันจริงๆเหรอ” คนตัวเล็กตัดเพ้อเบาๆก่อนที่ตาเล็กจะค่อยๆหลับลงเพราะความน้อยใจในวันที่บ้านเงียบขนาดนี้เขาคนนั้นที่บอกเสมอว่าเราเป็นเพื่อนสนิทกัน ตอนนี้เค้าอยู่ไหน? แม้ทั้งวันที่ผ่านมาจะพยายามตัวติดกับต้นมากแค่ไหน แต่เคยรู้บ้างไหมว่าสายตาคู่นี้เอาแต่แอบมองอยู่ตลอดเวลา
“ใครจะทิ้งลง”เสียงคุ้นเคยจากใครบางคนที่กระซิบอยู่ข้างหูช่วยเรียกให้สติของคนตัวเล็กกลับมาอีกครั้ง ตาเล็กหันไปมองคนตัวโตที่เกยคางอยู่ตรงบ่าของเขาพร้อมกับอ้อมกอดจากด้านหลังที่คุ้นเคย อ้อมกอดที่เค้าเองก็ต้องการมันมาตลอด
“เต๋า อึก ฮือ”ตัวเล็กเอ๋ยชื่อคนอ้อนเบาๆ หยดน้ำตาใสค่อยๆเอ่อขึ้นขอบตาเล็กก่อนจะสะอื้นออกมาเบาๆ ที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่กลัวเพราะโดนทิ้งแต่กลัวเพราะคนที่ทิ้งคือคนตัวโตมากกว่า
ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่พวกเราได้รู้จักกันได้ใช้ช่วงชีวิตหนึ่งด้วยกันจนมาถึงวันนี้วันที่พวกเราต้องมาอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกัน คนตัวโตจะเคยรู้ไหมว่าความรู้สึกของคนๆนี้เปลี่ยนไปแล้ว จะเข้าใจไหม?
“ไม่มีใครทิ้งลงหรอก”คนตัวโตกระชับอ้อมกอดอีกครั้งมือหนาลูบเบาที่หัวเล็ก คนตัวโตยิ้มออกมาน้อยๆที่เห็นคนตัวเล็กกว่ากอดแขนของตัวเองแน่น หัวเล็กเอียงซบคอของคนตัวโตกว่าเพื่อต้องการหาที่พัก
“..อึก..ฮืฮ”ในที่สุดน้ำตาที่กลั้นไว้ของคนตัวเล็กก็ถูกระบายออกมาจนหมด คนที่แสดงอารมณ์และสีหน้าไม่เก่งอย่างเค้ากลายเป็นเด็กขี้แงเสมอกับคนๆนี้
“คชา...อย่าทำแบบนี้อีกนะ อย่าทำเหมือนไม่รู้จักกัน อย่าทำเหมือนเต๋าเป็นอื่น”คนตัวโตพูดกระซิบข้างหูของคนตัวเล็กพร้อมกระชับอ้อมกอด ตัวของเค้าเองก็อึดอัดเหลือเกิน ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเราสองคนแต่สิ่งหนึ่งที่กำลังบอกเค้าอยู่ตลอดเวลาถ้าถูกคนตัวเล็กทิ้งเค้าไม่ยอมแน่ๆ
“..อึก..ไม่ใช่..คนอื่น ฮืฮๆ ขอโทษ”ยอมแล้ว ไม่ให้เป็นแบบนี้อีกแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะไหนยอมหมดแล้ว แต่ขออย่างเดียวอย่าทิ้งเค้าไว้ อย่าทิ้งเค้า
“ไม่เอาน่า ขี้แงจริงๆเลย”นิ้วเรียวปาดน้ำตาเบาๆรอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้เหมือนเดิมอย่างที่เคยทำทุกครั้งที่คนตัวเล็กอ่อนไหว มันก็จริงอยู่ที่คชาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนมากจากที่เคยเป็นคนเก็บความรู้สึก เก็บตัว เย็นชา และไม่สนิทกับใครง่ายๆ แม้ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปจากเก่า แต่สิ่งหนึ่งที่คชาไม่เคยเปลี่ยนไปจากสายตาของผมคือจิตใจที่บริสุทธ์ คนตัวเล็กร้องไห้บ่อยๆเมื่อเพื่อนแต่ละคนต้องเดินออกจากบ้าน แม้ทุกคนจะมองว่าคชาเป็นคนหน้าเดียวแต่ผมรู้ ภายใต้ความหน้าเดียวของเค้า กับซ้อนความรู้สึกอ่อนโยนและอ่อนแอไว้ เค้าพร้อมที่จะระเบิดมันออกมาเสมอเพียงแค่ผมกอดเค้า
“อย่าทิ้ง อึก.. อย่าทิ้ง..เพื่อนคนนี้นะ ฮืฮๆ”คนตัวเล็กหันหน้ามากอดคนตัวโตแน่น มือหนาของคนตัวโตลูบหัวเล็กเบาๆ ความรู้สึกแปลกๆเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเพราะคำพูดของคนตัวเล็ก
“ไม่ทิ้งหรอก สัญญา โอเคไหม เด็กขี้แง”คนตัวโตหอมเบาๆที่หัวเล็กเพื่อเป็นการปลอบและแทนคำยืนยันคำสัญญาที่ให้ไว้ สำหรับเพื่อนรักต่อให้มากกว่านี้ก็ทำได้เพราะเราคือเพื่อนกัน เพื่อนที่ไม่คิดว่าจะหาแบบนี้ได้ที่ไหนอีก คนตัวโตกระชับอ้อมกอดอีกครั้งก่อนจะส่ายไปส่ายมาเล็กน้อย.
‘สัญญาแล้วนะเต๋าเอ๋อออ สัญญาแล้วนะ ต่อจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าทิ้ง......เพื่อนคนนี้นะ ’
“อื้มม”เสียงใครบางคนที่ดังขึ้นขัดจังหวะช่วยเรียกให้คนสองคนที่กำลังกอดกันแน่นหันสายตามาสนใจ
“ครูใหญ่”แทบจะทันทีที่ทั้งสองคนเรียกชื่อพร้อมกันเพราะผู้หญิงร่างท้วมที่ยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเค้า ผู้หญิงที่มาพร้อมกับความมั่นใจเสมอ
“ทั้งสองคนมาคุยกันหน่อยซิ” เสียงคุ้ยเคยที่เคยสอนและให้ความรู้มาโดยตลอดเวลาที่อยู่ในบ้านแห่งการเรียนรู้หลังนี้
“รู้ใช่ไหมว่าทั้งสองคนแฟนคลับจับคู่ให้กันอยู่”ครูใหญ่ถามขึ้น จริงอยู่ที่เด็กหนุ่มทั้งสองสนิทกันมากจนเรียกได้ว่าตัวแทบจะติดกันมันจึงไม่แปลกที่ทั้งสองคนจะโดนจับคู่กัน แต่ความสัมพันธ์แบบนี้ถ้าปล่อยทิ้งไว้ให้นานโดยที่ไม่ทำอะไรเลยสุดท้ายคนที่จะเสียก็คงมีแต่เด็กสองคนนี้
“ครับ ผมทราบ”คนตัวโตหันไปสบตากับคนตัวเล็กก่อนที่ทั้งสองจะหันไปตอบคำถามของครูใหญ่ด้วยความสงสัย ในคำถามที่ครูใหญ่ต้องการจะถาม
“แม่ไม่อ้อมค้อมนะ พวกเธอชอบกันหรือเปล่า?”คำถามที่มีความนัยจากครูใหญ่ถูกถามขึ้น คำถามที่คนถามเองก็ไม่มั่นใจในคำตอบเหมือนกัน ‘ใช่ พวกเธอทั้งสองคนรักกันหรือเปล่า’ ท่าทีที่แสดงออกมาที่ครูเห็นและอีกหลายๆครั้งที่เห็นผ่านกล้อง ท่าทีแบบนี้ จะมีอะไรมากกว่าคำว่า เพื่อนสนิทหรือเปล่า? ก่อนที่มันจะสายไปมากกว่านี้ ครูเองต้องทำอะไรสักอย่าง
“เออ..”คนตัวโตเองก็อึ้งกับคำถามเหมือนกัน มันก็จริงอยู่ที่คำถามนี้โดนถามอยู่บ่อยครั้งแต่กับครั้งนี้คนตัวโตเองกลัวที่จะตอบออกไป ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เค้าเองกลับรู้สึก.....กลัว กลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเพราะคำตอบ
“ไม่ครับ..เราเป็นเพื่อนกัน แค่เพื่อนกัน”เสียงคนตัวเล็กดังขึ้นแทนจนคนตัวโตหันกลับไปมอง คนตัวเล็กยิ้มให้น้อยๆแต่กับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด รอยยิ้มเศร้าถูกส่งมาให้แทน ถ้าไม่สังเกตคนตัวโตเองก็แทบจะไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พูดออกมา มันกำลังทำให้คนคนพูดเหมือนกำลังจะหยุดหายใจเหมือนกัน
“อย่างนั้นก็ดี ข่าวจับคู่ของเธอสองคนสื่อมวลชลสนใจมาก เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของพวกเธอ แม่จะแยกงานของพวกเธอออกจากกัน ส่วนรายการที่ต้องถ่ายด้วยกันพวกเธอสองคนต้องอยู่ห่างๆกัน”
“อะไรนะครับ...แต่พวกผมไม่ได้เป็นอย่างที่พวกเค้าเข้าใจ”แทบจะทันทีที่คนตัวโตพูดขึ้นเพราะคำสั่งของครูใหญ่ ‘ผมเข้าใจดีการทำแบบนี้จะเป็นผลดีต่อตัวผมและคนตัวเล็ก แต่มันก็ยังมีอีกหลายวิธีไม่ใช่หรือไง ผมไม่เอาวิธีนี้ ผมกับตัวเล็กไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้เป็นอย่างใครว่า แล้วทำไมผมต้องยอมด้วยละ’
“อันนั้นแม่รู้ แต่คนอื่นเค้าไม่รู้”ครูใหญ่พูดให้สติกับคนตัวโตอีกครั้ง เพราะเด็กทั้งสองกำลังจะก้าวไปเป็นศิลปินในอนาคต เค้าทั้งสองกำลังจะเป็นคนของประชาชนจากสิ่งที่คิดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวก็
จะกลายเป็นเรื่องส่วนรวมแทน ข่าวไหนที่ทำให้มีผลกระทบต่อเด็กทั้งสองในอนาคตในฐานะครูใหญ่ก็ต้องจัดการ
“ครับ ผมจะทำตาม”คนตัวเล็กพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงที่นิ่งเฉยและแววตาที่เศร้าลงยิ่งทำให้คนตัวโตกระวนกระวาย
“คชา!!!”เสียงเข้มตะโกนใส่คนตัวเล็ก คิดอะไรอยู่ตัวเล็ก ทำไมถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงยอมปล่อยมือจากเพื่อนคนนี้...ทำไมละ
“...”มือเล็กเอือมไปจับมือหนาก่อนจะออกแรงบีบจนคนตัวโตต้องหันมามอง หัวเล็กสายเบาๆเป็นเชิงห้ามไม่ให้คนตัวโตเถียงต่อ
“ดีแล้ว...ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพื่อลบข่าวแบบนี้ แม่จะให้เต๋าออกงานคู่กับจอยแทน”
“ทำไมละครับ”ทำไมต้องจอย คนตัวโตก็ต้องการคำตอบเหมือนกันเพื่อนมีตั้งเยอะทำไมถึงต้องเป็นจอย
“นอกจากเต๋าคชาแล้ว ยังมีอีกคู่ที่แฟนคลับจับให้คือ เต๋าจอย”
“หมายความว่าไงครับ”ถามไปทั้งๆที่ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว มือเล็กที่กำลังจะคายออกจากมือหนากำลังจะดึงมือกลับแต่ยังไม่ทันที่จะดึงมือออกห่าง มือใหญ่ของคนตัวโตกับคว้ามือเล็กไว้ก่อนจะกระชับมือจนแน่น
“เต๋าน่าจะรู้นะว่าแม่หมายความว่าอย่างไง”คนตัวเล็กรู้ความหมายที่ครูใหญ่ต้องการจะพูดดี และเค้าก็เชื่อว่าคนตัวโตเองก็รู้ว่าความหมายของครูใหญ่‘ต้าเปา กำลังจะจับคู่เต๋าจอย แม่ทำถูกแล้วละครับ เต๋าคชานะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว แค่คำว่าเพื่อนสนิท ก็อาจจะมากเกินไปแล้ว’
*********
ตั้งแต่ครูใหญ่ออกจากบ้านจนมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลานานแล้วแต่ก็ไม่ทำให้คนทั้งสองคนหยุดคิดเรื่องที่ครูใหญ่พูดได้ หัวเล็กที่ตอนนี้อิงอยู่บนอกใหญ่ทำให้รับรู้ได้ถึงลมหายใจเข้าออกของคนตัวโต
“คิดอะไรอยู่..เอ๋อ”เพราะคนตัวโตถอนหายใจแรงจนคนตัวเล็กรู้สึกเป็นห่วง เสียงเล็กจึงถามขึ้นทั้งๆที่ก็รู้ว่าคงกำลังคิดเรื่องที่ครูใหญ่พูดอยู่แน่ๆ
“ตัดสินใจแล้ว”คนตัวโตมองหน้าคนตัวเล็กก่อนจะยิ้มให้ด้วยความเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มแบบนี้เห็นไม่บ่อยนักแต่คนตัวเล็กเองมองก็รู้ว่าต้องมีอะไรในรอยยิ้ม
“...?”คนตัวเล็กก็ได้แต่สงสัยว่าคนตัวโตจะทำอะไรกันแน่นถึงได้ยิ้มขนาดนี้
“ถ้าตอนเช้าไม่ให้อยู่ด้วย อย่างนั้นตอนกลางคืนย้ายไปอยู่ด้วยแล้วกัน”คนตัวโตยิ้มให้อีกครั้งก่อนที่ขายาวจะลุกขึ้นแล้วก้าวไปยังห้องของตนกับเฟรมโดยที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากตัวเล็ก
“บ้าแล้ว!!!”คนตัวเล็กถึงกับสายหัว รู้อะไรบ้างไหมที่รับปากครูใหญ่ไปทั้งหมดนะ เพื่อใคร ที่บอกว่าจะอยู่ห่าง เพราะไม่อยากให้เต๋า เสียหาย ไม่อยากให้ทุกคนลำบากใจ แต่ยิ่งทำแบบนี้ถ้าสื่อมวลชลรู้เข้าต้องแย่แน่ๆ จะทำไงดีละ...คชา
“เยอะนะยะ ไม่อยู่แปปเดียวจะย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยเหรอ”อยู่ๆเสียงของคุณนายมือชงก็ดังขึ้นเรียกให้คนตัวเล็กหันไปสนใจ
“พี่ต้น เจมส์ เฟรม”ไม่รู้ว่าทั้งสามคนมานานแค่ไหนแต่กับสายตาที่จ้องกลับมานั้นมันกำลังทำให้ตัวเล็กรู้สึกเหมือนโดนจับผิด
“จะบอกว่าเพราะเป็นเพื่อนรักกันก็เลยจะย้ายไปอยู่ด้วยกัน ถ้าอย่างนั้นฉันกับ หมี และก็เฟรม ย้ายไปอยู่ด้วยได้ป่ะละ”
“ได้สิ...ก็พวกเราเป็นเพื่อนรักกันนิ”
“เพื่อนรัก...หรือรักเพื่อนกันแน่”
edit @ 2 Nov 2011 21:45:07 by ◑ナネ じゅん-正.反.合ψ
